การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมระยะที่สี่
"ปวดเข่ามากจนเดินไม่ไหว นั่งยองไม่ได้ ขึ้นบันไดต้องจับราวสุดแรง..." อาการเหล่านี้คือสัญญาณของข้อเข่าเสื่อมระยะที่สี่ ซึ่งเป็นระยะรุนแรงที่สุด
คนไข้หลายคนกลัวการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม กลัวเจ็บ กลัวเดินไม่ได้ กลัวข้อเทียมเสียก่อนวัยอันควร แต่ความจริงคือ การผ่าตัดในยุคนี้ปลอดภัยและได้ผลดีกว่าที่หลายคนคิดมาก ที่สำคัญคือ "ทำเร็วเกินไป" ก็ไม่ดี และ "รอจนแย่เกินไป" ก็ไม่ดี
หมอเก่งเขียนบทความนี้เพื่อให้คนไข้และครอบครัวเข้าใจครับ ว่าข้อเข่าเสื่อมระยะที่สี่คืออะไร ทำไมการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมจึงเป็นทางออกที่เหมาะสมในระยะนี้ ผลการรักษาเป็นอย่างไร และเตรียมตัวอย่างไรให้ได้ผลดีที่สุด
―――――――――――――――――――――――
การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมระยะที่สี่
―――――――――――――――――――――――
เคสตัวอย่าง
คุณป้าสมศรี อายุ 68 ปี มาพบหมอเก่งด้วยอาการปวดเข่าทั้งสองข้างมา 5 ปี ปีแรกๆ กินยา ทำกายภาพ ฉีดยาเข้าข้อก็พอช่วยได้ แต่ 6 เดือนหลัง ปวดมากจนนอนไม่หลับ เดินได้แค่ในบ้าน ขาเริ่มโก่งออก น้ำหนักขึ้น 5 กิโลเพราะออกกำลังกายไม่ได้ ลูกๆ ต้องคอยพยุง คุณป้าซึมเศร้าเพราะรู้สึกเป็นภาระ
ฟิล์มเอกซเรย์พบว่าช่องข้อเข่าหายไปเกือบหมด มีกระดูกงอก มีกระดูกใต้กระดูกอ่อนสึกชัดเจน วินิจฉัยว่าเป็นข้อเข่าเสื่อมระยะที่สี่ (Kellgren-Lawrence grade 4) ทั้งสองข้าง
นี่คือเคสที่ "ข้อบ่งชี้ชัดเจน" สำหรับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมครับ
―――――――――――――――――――――――
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย
หลายคนเชื่อว่า "ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า แล้วเดินไม่ได้ตลอดชีวิต" หรือ "ข้อเทียมอยู่ได้แค่ 5-10 ปี" หรือ "อายุน้อยไม่ควรผ่า รอให้แก่ก่อน"
ความจริงคือ ข้อเทียมยุคปัจจุบันส่วนใหญ่อยู่ได้นานกว่า 25 ปี ในประมาณ 82 เปอร์เซ็นต์ของคนไข้ [5] คนไข้ส่วนใหญ่กลับมาเดินได้เป็นปกติ ทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้ และคุณภาพชีวิตดีขึ้นชัดเจน [3]
อีกความเข้าใจผิดที่อันตรายคือ "ทนไปก่อน ยังพอเดินได้" การปล่อยให้ข้อเข่าเสื่อมจนรุนแรงมาก ทำให้กล้ามเนื้อรอบเข่าฝ่อ ขาโก่งมาก สมดุลร่างกายเสีย ผลผ่าตัดจึงไม่ดีเท่าที่ควร
―――――――――――――――――――――――
โรคข้อเข่าเสื่อมระยะที่สี่คืออะไร
ข้อเข่าเสื่อมคือภาวะที่ "กระดูกอ่อน" ซึ่งทำหน้าที่เหมือนเบาะรองรับน้ำหนักในข้อ ค่อยๆ สึกหรอไป เปรียบเหมือน "ผ้านวมหุ้มข้อ" ที่ใช้นานๆ จนผ้าบางลงและขาดในที่สุด
การแบ่งระยะตามมาตรฐานสากล (Kellgren-Lawrence Grading) แบ่งเป็น 4 ระยะ
"ระยะที่หนึ่ง" เพิ่งเริ่มต้น กระดูกอ่อนยังดี อาจเห็นกระดูกงอกเล็กน้อย
"ระยะที่สอง" ช่องข้อเริ่มแคบเล็กน้อย กระดูกงอกชัดขึ้น
"ระยะที่สาม" ช่องข้อแคบลงชัดเจน กระดูกอ่อนสึกพอสมควร ปวดบ่อย
"ระยะที่สี่" ช่องข้อหายไปเกือบหมด กระดูกชนกระดูก ปวดมาก เดินลำบาก ขาโก่งหรือเข่าผิดรูป
ระยะที่สี่คือ "ปลายทาง" ของโรค ซึ่งการรักษาแบบไม่ผ่าตัดมักไม่ได้ผลดีอีกต่อไป [1]
―――――――――――――――――――――――
อาการสำคัญที่บ่งบอกว่าถึงระยะที่สี่
ปวดเข่าตลอดเวลา แม้แต่ตอนพัก หรือตอนกลางคืน
เดินได้ระยะสั้นมาก ต้องหยุดพักบ่อย
ลุกจากเก้าอี้ ขึ้นบันได ทำได้ลำบากมาก ต้องใช้มือพยุง
เข่าผิดรูปชัดเจน ขาโก่งออกหรือโก่งเข้า
เข่าฝืดมากตอนตื่นนอน ต้องอุ่นเครื่องนานก่อนเดินได้
กล้ามเนื้อต้นขาฝ่อลีบเพราะใช้งานน้อย
คุณภาพชีวิตลดลงชัดเจน นอนไม่หลับ ทำงานไม่ได้ เข้าสังคมไม่ได้
เมื่อมีอาการเหล่านี้ร่วมกับฟิล์มเอกซเรย์ที่แสดงระยะที่สี่ คือสัญญาณว่าควรพิจารณาการผ่าตัด [1]
―――――――――――――――――――――――
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ข้อเข่าเสื่อมเร็วและรุนแรง
[1] อายุที่มากขึ้น โดยเฉพาะ 60 ปีขึ้นไป
[2] น้ำหนักตัวมาก ทุก 1 กิโลกรัมที่เพิ่ม เพิ่มแรงกดที่เข่า 4 กิโลกรัมตอนเดิน
[3] เพศหญิงมีโอกาสเป็นมากกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะหลังหมดประจำเดือน
[4] เคยบาดเจ็บที่เข่า เช่น เอ็นไขว้หน้าขาด หมอนรองข้อเข่าฉีก
[5] อาชีพหรือกิจกรรมที่ใช้เข่าหนัก เช่น นั่งยอง คุกเข่าเป็นเวลานาน ยกของหนัก
―――――――――――――――――――――――
การวินิจฉัย
หมอจะตรวจประวัติ ระดับความปวด การเดิน รูปร่างขา ตรวจร่างกาย วัดมุมการงอเข่า ทดสอบความมั่นคงของข้อ
ฟิล์มเอกซเรย์เป็นเครื่องมือหลัก ดูระดับการสึกของช่องข้อ กระดูกงอก กระดูกใต้กระดูกอ่อน และการเรียงตัวของขา
บางกรณีต้องตรวจเพิ่มเติม เช่น MRI ในรายที่สงสัยมีปัญหาอื่นร่วม หรือเจาะเลือดดูสาเหตุการอักเสบอื่น
―――――――――――――――――――――――
แนวทางการรักษาแบบเป็นขั้นตอน
หลักการสำคัญคือ ต้องลองรักษาแบบไม่ผ่าตัดอย่างเต็มที่ก่อนเสมอ จะผ่าตัดเมื่อทุกวิธีแล้วยังไม่หาย [1]
"ขั้นแรก" การรักษาแบบไม่ใช้ยา ลดน้ำหนัก ออกกำลังกายเสริมกล้ามเนื้อต้นขา ใช้ไม้เท้าช่วยพยุง ปรับกิจกรรมที่กระทบเข่า
"ขั้นที่สอง" ยาแก้ปวด เริ่มจากยาทาภายนอก ยาพาราเซตามอล แล้วเพิ่มเป็นยากลุ่ม NSAIDs เมื่อจำเป็น
"ขั้นที่สาม" การฉีดยาเข้าข้อ คอร์ติโคสเตียรอยด์เพื่อลดอักเสบช่วงสั้น หรือ hyaluronic acid เพื่อหล่อลื่นข้อ
"ขั้นที่สี่" เมื่อทุกวิธีไม่ได้ผล และคุณภาพชีวิตแย่ลงชัดเจน คือเวลาที่ควรพิจารณาการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม [2]
―――――――――――――――――――――――
เมื่อไหร่ควรพิจารณาการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม
ผ่านการรักษาแบบไม่ผ่าตัดอย่างน้อย 3-6 เดือนแล้วยังปวดมาก
ฟิล์มเอกซเรย์แสดงข้อเข่าเสื่อมระยะที่สาม-สี่
ปวดส่งผลกระทบต่อการนอน การทำงาน การเข้าสังคม
เดินได้ระยะสั้นกว่า 100-200 เมตรก่อนต้องหยุดพัก
ขาผิดรูปชัดเจน หรือเข่าไม่มั่นคง
อายุและสุขภาพโดยรวมเหมาะสมสำหรับการผ่าตัด
ความหวังจริงๆ คือ การผ่าตัดทำให้ปวดลดลง การทำกิจกรรมดีขึ้น และคุณภาพชีวิตกลับมา [3]
―――――――――――――――――――――――
พยากรณ์โรคและผลการรักษา
[1] ผู้ป่วยส่วนใหญ่อาการปวดลดลงอย่างมีนัยสำคัญหลังผ่าตัด 3-6 เดือน
[2] คุณภาพชีวิตและการทำกิจกรรมประจำวันดีขึ้นชัดเจนใน 12 เดือน [3]
[3] ข้อเทียมประมาณ 82 เปอร์เซ็นต์ ยังใช้ได้ที่ 25 ปีหลังผ่าตัด [5]
[4] แต่ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ของผู้ป่วยอาจไม่พอใจผลการผ่าตัดเท่าที่คาดหวัง [4]
[5] การฟื้นตัวต้องอาศัยการทำกายภาพอย่างต่อเนื่อง 3-6 เดือน
―――――――――――――――――――――――
ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น
การติดเชื้อในข้อเทียม พบประมาณ 1-2 เปอร์เซ็นต์
ลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำที่ขา
ข้อเทียมหลวมหรือสึกในระยะยาว ต้องผ่าตัดแก้ไข
ปวดเรื้อรังหลังผ่าตัดในบางราย
ข้อแข็งฝืดในบางราย แก้ไขด้วยการทำกายภาพหรือดัดข้อใต้ยา
―――――――――――――――――――――――
วิธีดูแลตัวเองก่อนและหลังผ่าตัด
ก่อนผ่าตัด
ลดน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม ทุก 1 กิโลที่ลด ช่วยข้อเข่าเสมือนลด 4 กิโล
ออกกำลังกายเสริมกล้ามเนื้อต้นขา ทำให้ฟื้นตัวเร็วขึ้น
ควบคุมโรคประจำตัวให้ดี โดยเฉพาะเบาหวาน ความดัน
งดสูบบุหรี่อย่างน้อย 4-6 สัปดาห์
หลังผ่าตัด
เริ่มเดินด้วยอุปกรณ์ช่วยภายใน 24 ชั่วโมง
ทำกายภาพอย่างสม่ำเสมอ 3-6 เดือนแรก
ระวังการติดเชื้อ สังเกตอาการบวม แดง มีไข้
หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่กระทบข้อรุนแรง เช่น วิ่งบนพื้นแข็ง กระโดด
―――――――――――――――――――――――
คำถามที่พบบ่อย
ถาม ผ่าตัดเจ็บมากไหม นานแค่ไหนถึงเดินได้
ตอบ ในยุคปัจจุบันมีเทคนิคลดปวดที่ดี เช่น การฉีดยาชาเฉพาะที่รอบข้อระหว่างผ่าตัด การให้ยาแก้ปวดหลายชนิดร่วมกัน คนไข้ส่วนใหญ่เริ่มเดินด้วย walker ภายใน 24 ชั่วโมง และเดินเองได้ใน 2-4 สัปดาห์
ถาม อายุเท่าไหร่ควรผ่าตัด
ตอบ ไม่มีอายุที่ตายตัว ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ คุณภาพชีวิต และสุขภาพโดยรวม โดยส่วนใหญ่อายุ 60-75 ปีเป็นช่วงที่เหมาะสม แต่ถ้าปวดมากจริงๆ อายุน้อยกว่านี้ก็ผ่าได้
ถาม ข้อเทียมอยู่ได้นานแค่ไหน
ตอบ ประมาณ 82 เปอร์เซ็นต์ของข้อเทียมยังใช้ได้ที่ 25 ปีหลังผ่าตัด [5] ขึ้นอยู่กับน้ำหนัก กิจกรรม และการดูแล
ถาม ถ้ามีโรคประจำตัวเยอะ ผ่าตัดได้ไหม
ตอบ ได้ครับ แต่ต้องเตรียมตัวให้พร้อม คุมเบาหวาน ความดัน หัวใจให้ดีก่อน หมอจะประเมินความเสี่ยงและวางแผนร่วมกัน
ถาม หลังผ่าตัดทำอะไรได้บ้าง
ตอบ คนไข้ส่วนใหญ่กลับมาเดินได้เป็นปกติ เดินขึ้นบันได ทำงานบ้าน เดินทางท่องเที่ยวได้ บางคนกลับไปเล่นกอล์ฟ ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำได้ แต่ควรเลี่ยงกีฬาที่กระแทกข้อรุนแรง
―――――――――――――――――――――――
สรุปสำคัญ
[1] ข้อเข่าเสื่อมระยะที่สี่คือระยะรุนแรงที่สุด การรักษาแบบไม่ผ่าตัดมักไม่ได้ผลแล้ว
[2] การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมเป็นการรักษาที่มีหลักฐานยืนยันว่าได้ผลดีในระยะนี้
[3] ข้อเทียมยุคปัจจุบันอยู่ได้นานกว่า 25 ปี ในผู้ป่วยส่วนใหญ่
[4] ต้องลองรักษาแบบไม่ผ่าตัดอย่างเต็มที่ก่อนเสมอ จะผ่าตัดเป็นทางเลือกสุดท้าย
[5] การเตรียมตัวที่ดี ทั้งลดน้ำหนัก ออกกำลังกาย คุมโรคประจำตัว จะทำให้ผลผ่าตัดดีที่สุด
―――――――――――――――――――――――
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษา ไม่สามารถใช้แทนการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ หากมีอาการปวดเข่าเรื้อรัง สงสัยข้อเข่าเสื่อม หรือต้องการคำปรึกษาเรื่องการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม ควรพบแพทย์เฉพาะทางกระดูกและข้อเพื่อประเมินอย่างละเอียดครับ
ปรึกษาหมอเก่ง กระดูกและข้อ ธนินนิตย์คลินิก Line OA @doctorkeng เว็บไซต์ doctorkeng.com "ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ"
―――――――――――――――――――――――
#ข้อเข่าเสื่อม #ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า #ข้อเข่าเทียม #ปวดเข่า #ปวดข้อเข่า #รักษาปวดเข่า #กระดูกและข้อ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ธนินนิตย์คลินิก #เชียงใหม่ #KneeOsteoarthritis #TKA #TotalKneeReplacement #KneeArthroplasty #JointReplacement
―――――――――――――――――――――――
เอกสารอ้างอิง
[1] Srivastava AK; Surgical Management of Osteoarthritis of the Knee Work Group, Staff of the American Academy of Orthopaedic Surgeons. American Academy of Orthopaedic Surgeons clinical practice guideline summary of surgical management of osteoarthritis of the knee. J Am Acad Orthop Surg. 2023;31(24):1211-20. doi:10.5435/JAAOS-D-23-00338
[2] Fillingham YA, Hannon CP, Erens GA, Hamilton WG, Della Valle CJ. AAOS clinical practice guideline summary: management of osteoarthritis of the knee (nonarthroplasty), third edition. J Am Acad Orthop Surg. 2022;30(9):e721-9. doi:10.5435/JAAOS-D-21-01233
[3] Skou ST, Roos EM, Laursen MB, Rathleff MS, Arendt-Nielsen L, Simonsen O, et al. A randomized, controlled trial of total knee replacement. N Engl J Med. 2015;373(17):1597-606. doi:10.1056/NEJMoa1505467
[4] Price AJ, Alvand A, Troelsen A, Katz JN, Hooper G, Gray A, et al. Knee replacement. Lancet. 2018;392(10158):1672-82. doi:10.1016/S0140-6736(18)32344-4
[5] Evans JT, Walker RW, Evans JP, Blom AW, Sayers A, Whitehouse MR. How long does a knee replacement last? A systematic review and meta-analysis of case series and national registry reports with more than 15 years of follow-up. Lancet. 2019;393(10172):655-63. doi:10.1016/S0140-6736(18)32531-5
Comments
Post a Comment