ผ่าตัดเข่ามาแล้วทำไมแผลถึงนูน? เรื่อง "คีลอยด์" ที่คนไข้กังวลใจ พร้อมวิธีรับมือให้แผลสวย
ผ่าตัดเข่ามาแล้วทำไมแผลถึงนูน? เรื่อง "คีลอยด์" ที่คนไข้กังวลใจ พร้อมวิธีรับมือให้แผลสวย
"คุณหมอคะ ทำไมแผลผ่าตัดเข่าของแม่หนูมันนูนแดงแบบนี้ล่ะคะ? จะเป็นอะไรไหม แล้วมันจะยุบลงหรือเปล่า?" นี่คือคำถามยอดฮิตที่คุณลูกหลายคนมักจะกังวลใจหลังจากพาคุณพ่อคุณแม่ไปผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมมาได้สักระยะ
หลายคนอาจจะเคยเห็นภาพแผลผ่าตัดที่เรียบเนียนเป็นเส้นขีดจางๆ แต่พอมาเจอแผลของตัวเองหรือคนใกล้ตัวที่นูน หนา และแข็ง กลับรู้สึกไม่สบายใจ กลัวว่าจะมีการอักเสบข้างใน หรือกลัวว่าแผลจะเสียโฉมไปตลอดกาล วันนี้ผมจะมาไขข้อข้องใจเรื่องนี้ให้ฟังแบบเข้าใจง่ายๆ ครับ
"ทำไมแผลถึงนูน?" เรื่องเล่าจากหน้าห้องตรวจ
ผมจำเคส "ป้าสมศรี" ได้ดี แกเดินยิ้มแย้มเข้ามาตรวจติดตามอาการหลังผ่าตัดเข่าไปได้ 3 เดือน ป้าบอกว่า "หมอคะ เข่าหนูเดินคล่องมาก ไม่ปวดแล้ว แต่มองดูแผลทีไรใจคอไม่ดีเลย มันแดงๆ นูนๆ เหมือนตัวบุ้งเกาะอยู่ที่หัวเข่าเลยค่ะ"
ป้าสมศรีเล่าว่า พยายามหาครีมมาทาเองก็ไม่หาย แถมบางวันยังมีอาการคันยิบๆ จนอยากจะเกาให้รู้แล้วรู้รอด สิ่งที่ป้าสมศรีเป็น ไม่ใช่เรื่องผิดปกติร้ายแรงครับ แต่มันคือปฏิกิริยาการซ่อมแซมตัวเองของร่างกายที่ "ขยันเกินเหตุ" ไปนิดหน่อย จนเกิดเป็น "แผลเป็นนูน" หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ "คีลอยด์" นั่นเอง
แผลเป็นนูนคืออะไร? เปรียบเทียบให้เห็นภาพ
ลองจินตนาการว่า ผิวหนังของเราเหมือน "ถนน" ที่เกิดความเสียหายจากการผ่าตัด ร่างกายเปรียบเสมือน "ช่างซ่อมถนน" ที่รีบเอาลาดยาง (คอลลาเจน) มาถมปิดรูโหว่นั้นไว้
- แผลปกติ: ช่างซ่อมได้พอดี เรียบเนียนไปกับถนนเดิม
- แผลเป็นนูน (Hypertrophic Scar): ช่างขยันจัด ถมลาดยางจนพูนขึ้นมาเหนือถนน แต่ยังอยู่ในขอบเขตของถนนเดิม
- คีลอยด์ (Keloid): ช่างทำเพลินจนลาดยางล้นออกไปนอกเขตถนนเดิม ลามไปยังผิวหนังปกติข้างๆ และนูนหนาขึ้นเรื่อยๆ
บริเวณ "หัวเข่า" เป็นจุดที่เกิดแผลเป็นนูนได้ง่ายมากครับ เพราะเป็นข้อต่อที่มีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา ผิวหนังถูกดึงรั้งทุกครั้งที่เรางอหรือเหยียดขา แรงดึงนี้เองที่เป็นตัวกระตุ้นให้ร่างกายผลิตคอลลาเจนออกมาซ่อมแซมซ้ำๆ จนเกิดเป็นก้อนนูนแดงขึ้นมา
อาการที่พบได้บ่อย
- ลักษณะทางกายภาพ: แผลมีลักษณะนูนพ้นผิวหนัง มีสีชมพู แดง หรือคล้ำกว่าผิวปกติ
- สัมผัส: เมื่อกดลงไปจะรู้สึกว่าเนื้อแผลค่อนข้างแข็ง ไม่นิ่มเหมือนผิวปกติ
- อาการร่วม: มักจะมีอาการคันยิบๆ โดยเฉพาะเวลาอากาศร้อนหรือเหงื่อออก บางคนอาจรู้สึกเจ็บแปล๊บๆ หรือตึงรั้งเวลาขยับเข่า
ปัจจัยเสี่ยง: ทำไมบางคนเป็น บางคนไม่เป็น?
- กรรมพันธุ์: ถ้าคุณพ่อคุณแม่เคยเป็นแผลเป็นนูน ลูกก็มีโอกาสเป็นได้สูงกว่าคนทั่วไป
- สีผิว: คนที่มีผิวเข้มมักจะมีโอกาสเกิดคีลอยด์ได้มากกว่าคนผิวขาว
- แรงดึงรั้ง: อย่างที่บอกครับ "หัวเข่า" คือจุดปราบเซียน เพราะมันขยับตลอดเวลา
- การดูแลแผลในช่วงแรก: หากมีการติดเชื้อหรือแผลหายช้า ก็จะเพิ่มความเสี่ยงให้แผลนูนได้ง่ายขึ้น
การตรวจวินิจฉัย
โดยส่วนใหญ่ แพทย์กระดูกและข้อจะวินิจฉัยได้จากการ "ดูด้วยตาเปล่า" และการสัมผัสครับ ไม่จำเป็นต้องเจาะเลือดหรือเอกซเรย์เพื่อดูแผลเป็น เว้นเสียแต่ว่าแผลนั้นดูผิดปกติมาก มีหนองไหล หรือมีตุ่มน้ำใสพองขึ้นมา ซึ่งอาจสื่อถึงการติดเชื้อหรือการแพ้วัสดุเย็บแผลบางอย่าง
แนวทางการรักษาและดูแลตัวเอง (ฉบับทำตามได้ทันที)
หากคุณแม่มีอาการแผลนูน อย่าเพิ่งตกใจครับ เรามีวิธีจัดการให้ดีขึ้นได้ดังนี้:
1. การดูแลเบื้องต้นด้วยตัวเอง
- แผ่นซิลิโคนเจล (Silicone Gel Sheet): เป็นวิธีที่ง่ายและได้ผลดีมาก ให้ปิดทับลงบนแผลวันละ 12-24 ชั่วโมง แผ่นซิลิโคนจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและลดแรงดึงรั้ง ทำให้แผลค่อยๆ นิ่มลงและแบนลงได้
- การนวดแผล: หลังจากแผลแห้งสนิทดีแล้ว (ประมาณ 2-4 สัปดาห์หลังผ่า) การนวดคลึงเบาๆ เป็นวงกลมบริเวณแผลจะช่วยให้คอลลาเจนเรียงตัวได้ดีขึ้น ลดการแข็งตัวของเนื้อเยื่อ
- หลีกเลี่ยงแสงแดด: แสงแดดจะทำให้แผลมีสีเข้มขึ้นและเด่นชัดขึ้น ควรใส่กางเกงขายาวปิดแผลไว้เสมอ
2. การรักษาโดยแพทย์
- การฉีดยาสเตียรอยด์: แพทย์จะใช้เข็มขนาดเล็กฉีดยาเข้าไปในตัวแผลที่นูน ยาจะช่วยยับยั้งการสร้างคอลลาเจนที่มากเกินไป ทำให้แผลยุบลงและนิ่มขึ้น (ส่วนใหญ่ต้องฉีดซ้ำทุก 4-6 สัปดาห์)
- การใช้เลเซอร์: ช่วยลดรอยแดงและทำให้แผลเรียบขึ้น
- การผ่าตัดแก้ไข (เฉพาะกรณี): แพทย์จะไม่ค่อยแนะนำให้ผ่าตัดซ้ำเพื่อตัดแผลเป็นนูนออกเพียงอย่างเดียว เพราะมักจะกลับมาเป็นซ้ำและอาจใหญ่กว่าเดิม เว้นแต่จะทำควบคู่ไปกับการฉีดยาหรือวิธีอื่นๆ
พยากรณ์โรค: จะหายขาดไหม?
แผลเป็นนูนหรือคีลอยด์ "ไม่ใช่อันตรายถึงชีวิต" ครับ และไม่ส่งผลต่อความแข็งแรงของข้อเข่าเทียมที่ใส่เข้าไปข้างใน การดำเนินโรคมักจะนูนแดงที่สุดในช่วง 6 เดือนถึง 1 ปีแรก หลังจากนั้นสีจะเริ่มจางลงและแผลจะนิ่มลงเองตามธรรมชาติ แม้จะไม่ได้กลับไปเรียบเนียน 100% เหมือนไม่เคยผ่าตัด แต่การรักษาที่ถูกต้องจะช่วยให้แผลดูดีขึ้นได้มากถึง 70-80% ครับ
สรุป
แผลเป็นนูนหลังผ่าตัดเข่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้บ่อย โดยเฉพาะจากแรงดึงรั้งของข้อต่อ ส่วนใหญ่จะค่อยๆ ดีขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปและการดูแลที่เหมาะสม หากคุณแม่รู้สึกกังวล คัน หรือตึงมาก แนะนำให้ปรึกษาคุณหมอเจ้าของไข้เพื่อพิจารณาการฉีดยาหรือใช้แผ่นซิลิโคนเจลครับ สิ่งสำคัญที่สุดคือ "การบริหารเข่าตามที่คุณหมอสั่ง" เพราะความแข็งแรงและการใช้งานเข่าได้ดี สำคัญกว่าความสวยงามของผิวพรรณภายนอกครับ
หากท่านใดมีข้อสงสัยหรืออยากแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับแผลผ่าตัด สามารถเขียนไว้ในคอมเมนต์ได้เลยนะครับ เผื่อจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ท่านอื่นที่กำลังเจอปัญหาเดียวกัน
ด้วยความปรารถนาดีและอยากเห็นทุกคนกลับมาเดินได้ด้วยรอยยิ้มครับ
"บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า #แผลเป็นนูน #คีลอยด์ #ปวดเข่า #ข้อเข่าเสื่อม #แผลผ่าตัด #ดูแลแผลผ่าตัด #หมอเก่ง #กระดูกและข้อ #สุขภาพผู้สูงอายุ
References
- Berman B, et al. (2021). Guidelines of care for the management of keloids and hypertrophic scars. Journal of the American Academy of Dermatology.
- (สรุป: สรุปแนวทางการรักษาแผลเป็นนูนและคีลอยด์ในระดับสากล รวมถึงการใช้แผ่นซิลิโคนและการฉีดยา)
- Mustoe TA, et al. (2022). International clinical recommendations on scar management. Plastic and Reconstructive Surgery.
- (สรุป: คำแนะนำระดับนานาชาติในการดูแลแผลเป็นหลังการผ่าตัด เพื่อป้องกันการเกิดคีลอยด์)
- Gold MH, et al. (2020). Updated international clinical recommendations on scar management: Part 1—Evaluating the evidence. Dermatologic Surgery.
- (สรุป: การประเมินหลักฐานทางการแพทย์ล่าสุดเกี่ยวกับการใช้ซิลิโคนเจลและการเลเซอร์รักษาแผลเป็น)
- Tuan TL, Nichter LS. (2023). The molecular basis of keloid and hypertrophic scar formation. Molecular Medicine.
- (สรุป: อธิบายกลไกการเกิดแผลเป็นนูนในระดับเซลล์และปัจจัยทางพันธุกรรม)
- Ogawa R. (2021). The Most Current Algorithms for the Treatment and Prevention of Hypertrophic Scars and Keloids. Plastic and Reconstructive Surgery.
- (สรุป: ขั้นตอนการรักษาและป้องกันแผลเป็นนูนที่เป็นปัจจุบันที่สุด)
Comments
Post a Comment