คู่มือการดูแลและปฏิบัติตนของผู้ป่วยก่อนและหลังผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม

 



เคยได้ยินไหมครับว่า "ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าน่ากลัว ฟื้นตัวนาน เดินไม่ได้เป็นปี"

ความจริงคือ ถ้าเตรียมตัวดี และทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างถูกต้อง ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถลุกเดินได้ภายใน "วันแรก" หลังผ่าตัด และกลับไปใช้ชีวิตปกติได้ใน 6 สัปดาห์

สิ่งที่ตัดสินว่า "ผ่าตัดสำเร็จหรือไม่" ไม่ใช่แค่ฝีมือหมอ แต่คือ "การเตรียมตัวก่อนผ่า" และ "การดูแลตัวเองหลังผ่า" ของคนไข้เอง

บทความนี้คือคู่มือฉบับสมบูรณ์ ที่หมอเก่งรวบรวมจาก guideline ระดับโลก สำหรับคนไข้และครอบครัวที่กำลังจะผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม อ่านจบแล้วจะรู้ว่าต้องเตรียมอะไร ทำอะไร และหลีกเลี่ยงอะไร เพื่อให้ผลการผ่าตัดดีที่สุดเท่าที่จะเป็นได้

อ่านจบแล้วลองส่งต่อให้คนที่คุณรัก เพราะข้อเข่าที่ดี คือชีวิตที่ดี

―――――――――――――――――――――――

คู่มือการดูแลและปฏิบัติตนของผู้ป่วยก่อนและหลังผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม

―――――――――――――――――――――――

ตอนที่คุณป้าสมหญิง อายุ 68 ปี เดินเข้ามาในห้องตรวจ ท่านบอกหมอเก่งว่า "หมอคะ จะผ่าตัดเข่าก็กลัว ไม่ผ่าก็ทรมาน เดินไม่ไหวจริง ๆ" เป็นคำพูดที่หมอได้ยินบ่อยมากครับ

ความกลัวของคุณป้าสมหญิงมาจากเรื่องเล่าของเพื่อนบ้านที่ผ่าตัดแล้ว "เดินไม่ได้ ฟื้นตัวช้า ปวดอยู่หลายเดือน" แต่ความจริงคือเพื่อนบ้านของท่านอาจไม่ได้เตรียมตัวก่อนผ่า ไม่ได้ทำกายภาพต่อเนื่องหลังผ่า หรือไม่ได้เลือกแพทย์ที่ใช้ระบบ Enhanced Recovery After Surgery

วันนี้ผ่านมา 8 สัปดาห์หลังผ่าตัด คุณป้าสมหญิงเดินเข้าห้องตรวจมาด้วยรอยยิ้ม ขึ้นบันไดได้เอง ไปทำบุญที่วัดได้ และกำลังวางแผนเที่ยวเชียงคานกับลูกหลาน

สิ่งที่ทำให้ผลลัพธ์ของคุณป้าต่างจากเพื่อนบ้าน ไม่ใช่ดวง แต่คือ "การเตรียมตัวที่ถูกต้อง" ครับ

รู้จักการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม หรือ "Total Knee Arthroplasty" คือการผ่าตัดที่หมอจะตัดผิวข้อเข่าส่วนที่สึกหรอออก แล้วใส่ "ข้อเข่าเทียม" ที่ทำจากโลหะและพลาสติกพิเศษเข้าไปแทน

เปรียบเทียบง่าย ๆ เหมือนรถยนต์ที่ใช้งานมานาน "ผิวยางและลูกปืน" สึกหรอจนเสียดสีกันทุกครั้งที่หมุน ทำให้เกิดเสียงดังและสั่น การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมก็คือการเปลี่ยน "ผิวยางและลูกปืน" ใหม่ ให้ข้อเข่ากลับมาทำงานได้นุ่มนวลเหมือนเดิม

ข้อเข่าเทียมในปัจจุบันมีอายุการใช้งานยาวนานมาก งานวิจัยขนาดใหญ่ที่ตีพิมพ์ใน Lancet ปี 2019 ติดตามผู้ป่วยมากกว่า 25 ปี พบว่า ข้อเข่าเทียมสมัยใหม่อยู่ได้นานถึง 25 ปีในผู้ป่วยมากกว่า 82% [1]

ดังนั้น ถ้าคุณอายุ 65 ปีและเปลี่ยนข้อเข่าวันนี้ มีโอกาสสูงมากที่ข้อเข่าเทียมจะอยู่กับคุณไปจนตลอดชีวิต โดยไม่ต้องผ่าซ้ำ

ใครบ้างที่เหมาะกับการผ่าตัดนี้

แพทย์จะแนะนำการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมเมื่อ

[1] ปวดข้อเข่ารุนแรง รบกวนการนอน การทำงาน และการใช้ชีวิตประจำวัน [2] รักษาแบบไม่ผ่าตัดมาแล้วอย่างน้อย 6 เดือน เช่น กินยา ฉีดยา ทำกายภาพ ลดน้ำหนัก แต่อาการไม่ดีขึ้น [3] ภาพ X-ray แสดงข้อเข่าเสื่อมระยะรุนแรง ผิวข้อสึกหมดจนกระดูกชนกระดูก [4] ข้อเข่าผิดรูปชัดเจน เช่น ขาโก่งหรือขาเฉียง [5] คุณภาพชีวิตลดลงอย่างมาก ทำกิจกรรมที่เคยทำได้ไม่ได้

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด คือกุญแจสำคัญที่ผู้ป่วยมักมองข้าม

งานวิจัย Systematic Review and Meta-analysis ที่ตีพิมพ์ใน JAMA Network Open ปี 2023 รวบรวมงานวิจัย 48 ฉบับ พบว่า ผู้ป่วยที่เข้าโปรแกรม "Prehabilitation" หรือการเตรียมร่างกายก่อนผ่าตัด มีผลลัพธ์ดีกว่าผู้ป่วยที่ไม่ได้เตรียมตัวอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในด้านอาการปวด การทำงานของข้อเข่า และระยะเวลาฟื้นตัว [2]

สิ่งที่ควรทำก่อนผ่าตัด 4-6 สัปดาห์

"เตรียมร่างกาย"

ออกกำลังกายเสริมความแข็งแรงกล้ามเนื้อต้นขา โดยเฉพาะกล้ามเนื้อ Quadriceps ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อสำคัญที่ช่วยพยุงข้อเข่า ท่าง่าย ๆ ที่ทำได้ที่บ้านคือ นั่งบนเก้าอี้ เหยียดขาตรงค้างไว้ 5 วินาที ทำซ้ำ 10-15 ครั้ง วันละ 3 รอบ

ฝึกการเดินด้วย "Walker" หรือเครื่องช่วยเดิน เพราะหลังผ่าตัดต้องใช้ทันที ถ้าฝึกไว้ก่อนจะใช้ได้คล่อง ไม่กลัว

ฝึกหายใจลึก ๆ ด้วย Incentive Spirometer หรือเครื่องบริหารปอด เพื่อป้องกันปอดอักเสบหลังผ่าตัด

"เตรียมโรคประจำตัว"

ควบคุมโรคเรื้อรังให้นิ่ง โดยเฉพาะเบาหวาน ความดัน และโรคหัวใจ ต้องไปพบแพทย์ประจำตัวเพื่อปรับยาให้เหมาะสม

น้ำตาลในเลือดควรอยู่ในเกณฑ์ HbA1c ต่ำกว่า 7% ก่อนผ่าตัด เพราะน้ำตาลสูงเพิ่มความเสี่ยงติดเชื้อ

งดบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 4 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด เพราะทั้งสองอย่างทำให้แผลหายช้าและเพิ่มความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน

"เตรียมยา"

แจ้งแพทย์ทุกตัวที่กิน รวมทั้งสมุนไพรและอาหารเสริม เพราะบางตัวต้องหยุดก่อนผ่าตัด

ยาแอสไพรินอาจจะไม่ต้องหยุด แต่ยาต้านการแข็งตัวของเลือดต้องหยุดตามคำสั่งแพทย์ โดยทั่วไป 5-7 วันก่อนผ่าตัด

"เตรียมบ้าน"

จัดบ้านให้ปลอดภัย เก็บพรมที่อาจสะดุดล้ม ติดราวจับในห้องน้ำ ติดเก้าอี้นั่งอาบน้ำ และจัดที่นอนชั้นล่าง เพราะ 2-3 สัปดาห์แรกการขึ้นบันไดจะลำบาก

ขั้นตอนวันที่ผ่าตัด สิ่งที่จะเกิดขึ้นจริง

ในระบบ "Enhanced Recovery After Surgery" หรือ ERAS ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่ ERAS Society รับรอง ผู้ป่วยจะได้รับการดูแลแบบครบวงจร ตั้งแต่ก่อนเข้าห้องผ่าตัดจนถึงกลับบ้าน [3]

"ก่อนเข้าห้องผ่าตัด"

งดน้ำงดอาหาร 6 ชั่วโมงก่อนผ่าตัด แต่ดื่ม "เครื่องดื่ม Carbohydrate" ได้จนถึง 2 ชั่วโมงก่อน ซึ่งช่วยลดความหิว ลดความวิตกกังวล และช่วยให้ฟื้นตัวเร็วขึ้น

ทำความสะอาดผิวหนังบริเวณขาด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อพิเศษเช่น Chlorhexidine

"ระหว่างผ่าตัด"

ใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง ขึ้นกับความซับซ้อนของแต่ละราย

ใช้ "Spinal Block" หรือบล็อกหลังเป็นหลัก เพื่อให้ขาชาเฉพาะส่วน ผู้ป่วยรู้สึกตัวแต่ไม่เจ็บ และฟื้นตัวเร็วกว่าการดมยาสลบทั่วร่างกาย

ใช้ระบบ "Multimodal Analgesia" หรือการบรรเทาปวดหลายระบบร่วมกัน ตามคำแนะนำของ PROSPECT Guideline ปี 2022 ซึ่งประกอบด้วยยาแก้ปวดที่ไม่ใช่ Opioid ร่วมกับการฉีดยาชาเข้าบริเวณรอบข้อเข่า ทำให้ปวดน้อยลง ลดผลข้างเคียงจากยาแก้ปวด และฟื้นตัวเร็วขึ้น [4]

"หลังผ่าตัดทันที"

ห้ามวางใจว่า "นอนพักไว้ก่อน" เพราะแนวทางสมัยใหม่คือ "ลุกเดินใน 24 ชั่วโมงแรก" ภายใต้การดูแลของนักกายภาพ

นั่งห้อยขาข้างเตียงในวันแรก เริ่มฝึกงอเข่าเบา ๆ และใช้ Walker หัดเดินสั้น ๆ

การลุกเดินเร็วช่วยป้องกัน "ลิ่มเลือดอุดตัน" ในขา ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายที่สุดอย่างหนึ่ง

การฟื้นตัวสัปดาห์ที่ 1-2 ช่วงสำคัญที่สุด

สัปดาห์แรกคือช่วงที่ปวดและบวมที่สุด แต่ก็เป็นช่วงที่ต้อง "เคลื่อนไหวมากที่สุด" ด้วย เพราะการนอนนิ่ง ๆ จะทำให้ข้อยึดและฟื้นตัวช้า

"การจัดการความปวด"

กินยาแก้ปวดตามตารางที่แพทย์สั่ง ไม่ต้องรอให้ปวดมากแล้วค่อยกิน เพราะถ้ารอจนปวด จะคุมปวดได้ยากกว่ามาก

ประคบเย็นบริเวณข้อเข่า 15-20 นาที วันละ 4-6 ครั้ง ช่วยลดบวมและปวด

นอนยกขาสูงด้วยหมอน เพื่อช่วยลดบวม

"การออกกำลัง"

ทำท่ากายภาพที่นักกายภาพสอน อย่างน้อย 3-4 รอบต่อวัน

งอ-เหยียดข้อเข่าทุกชั่วโมงตอนตื่น เป้าหมาย 2 สัปดาห์แรก คือ งอเข่าได้ 90 องศา

เดินด้วย Walker ทุก 1-2 ชั่วโมง ระยะใกล้ ๆ ในบ้านก่อน

"การดูแลแผลผ่าตัด"

ห้ามแผลเปียกน้ำจนกว่าแพทย์อนุญาต โดยทั่วไป 7-14 วัน

สังเกตอาการผิดปกติ เช่น แผลแดง บวม ร้อน มีหนอง มีไข้สูงเกิน 38.5 องศา หากมีให้รีบมาพบแพทย์ทันที

การฟื้นตัวสัปดาห์ที่ 3-6 ก้าวสำคัญสู่ชีวิตปกติ

ระยะนี้คือช่วงที่ผู้ป่วยจะเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจนที่สุด

เป้าหมายปลายสัปดาห์ที่ 6 ควรเป็นดังนี้

[1] งอเข่าได้ 110-120 องศา เพียงพอสำหรับการนั่งขับรถและขึ้นบันได [2] เหยียดเข่าตรงได้สนิท ไม่มีอาการติดขัด [3] เดินด้วยไม้เท้าข้างเดียว หรือไม่ต้องใช้เครื่องช่วยเดินเลย [4] ขึ้น-ลงบันไดได้สบาย [5] ขับรถได้ในระยะใกล้ ๆ

งานวิจัย Systematic Review and Meta-analysis ใน BMC Musculoskeletal Disorders ปี 2015 ยืนยันว่า การทำกายภาพบำบัดต่อเนื่องหลังผ่าตัด ช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาเดินดีขึ้น ปวดน้อยลง และคุณภาพชีวิตดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ [5]

การฟื้นตัวเดือนที่ 3-12 กลับสู่ชีวิตที่ปกติ

เดือนที่ 3 สามารถกลับไปทำงานที่ไม่ต้องยืนหรือเดินมากได้ ขับรถได้ตามปกติ

เดือนที่ 6 ทำกิจกรรมที่ใช้ข้อเข่ามากขึ้นได้ เช่น เดินไกล ขี่จักรยาน ว่ายน้ำ ตีกอล์ฟ

เดือนที่ 12 ผลการผ่าตัดจะเต็มที่ ผู้ป่วยส่วนใหญ่ "ลืม" ว่ามีข้อเข่าเทียมอยู่

สิ่งที่ห้ามทำตลอดชีวิต

[1] วิ่งแข่ง วิ่งระยะไกล กระโดดสูง

 [2] เล่นกีฬา impact สูงเช่น เทนนิสคู่เดี่ยว บาสเก็ตบอล ฟุตบอล

 [3] ยกของหนักเกิน 15-20 กิโลกรัม

 [4] นั่งพับเพียบหรือนั่งยอง ๆ นาน ๆ 

[5] ละเลยการรักษาเมื่อมีปัญหาฟัน เพราะการติดเชื้อในช่องปากอาจกระจายมาที่ข้อเข่าเทียมได้


ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง

แม้การผ่าตัดสมัยใหม่จะปลอดภัยมาก แต่ก็ยังมีความเสี่ยงที่ผู้ป่วยและครอบครัวควรรู้


"ลิ่มเลือดอุดตันในขา หรือ Deep Vein Thrombosis"

เกิดได้ในช่วง 2-6 สัปดาห์แรก สังเกตได้จาก น่องบวม ปวด แดง ร้อน หากมีอาการเหล่านี้ต้องรีบมาพบแพทย์ทันที

ป้องกันได้ด้วยการลุกเดินบ่อย ๆ ขยับขาในเตียง ดื่มน้ำให้เพียงพอ และกินยาต้านการแข็งตัวของเลือดตามแพทย์สั่ง


"การติดเชื้อที่แผลและข้อเทียม"

พบได้ประมาณ 1-2% ของผู้ป่วย สังเกตได้จากแผลแดง บวม ร้อน มีน้ำเหลือง มีไข้สูง

ป้องกันได้ด้วยการดูแลแผลให้สะอาด ควบคุมเบาหวานให้ดี และดูแลสุขภาพช่องปาก


"ข้อเข่ายึดติด"

เกิดเมื่อผู้ป่วยไม่ทำกายภาพอย่างสม่ำเสมอ ทำให้งอเข่าไม่ได้เกิน 90 องศา

ป้องกันได้ด้วยการทำกายภาพต่อเนื่องตามแพทย์และนักกายภาพแนะนำ


คำถามที่พบบ่อย

"หลังผ่าตัดจะรู้สึกเหมือนเข่าจริงไหม"

ตอบ ส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะรู้สึกว่า "ใกล้เคียงปกติ" แต่ไม่ใช่ 100% เพราะเป็นข้อเทียม อาจรู้สึกตึง ๆ หรือเสียงดังเล็กน้อยเมื่อขยับ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ


"ต้องเข้านอนโรงพยาบาลกี่วัน"

ตอบ ในระบบ ERAS ส่วนใหญ่นอน 2-4 วัน บางรายที่เตรียมตัวดีและไม่มีภาวะแทรกซ้อนกลับบ้านได้ในวันที่ 1-2


"กลับไปเล่นกอล์ฟได้ไหม"

ตอบ ได้ครับ หลังผ่าตัด 3-6 เดือน แต่ควรเริ่มจากการตีระยะใกล้ก่อน ไม่ต้องสวิงเต็มแรง


"ขึ้นเครื่องบินได้ตอนไหน"

ตอบ บินในประเทศได้หลัง 2-4 สัปดาห์ บินไกลควรรอ 6-8 สัปดาห์ และต้องลุกเดินทุก 1-2 ชั่วโมงเพื่อป้องกันลิ่มเลือด


"ข้อเทียมส่งเสียงในเครื่องตรวจสนามบินไหม"

ตอบ อาจส่งเสียง แต่หมอจะออกใบรับรองให้พกติดตัวเสมอ



สรุปสิ่งสำคัญที่สุด 5 ข้อ

[1] การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด สำคัญพอ ๆ กับการผ่าตัดเอง

[2] ลุกเดินใน 24 ชั่วโมงแรก ไม่ใช่ "พักไว้ก่อน" เพราะการขยับเร็วช่วยป้องกันลิ่มเลือดและฟื้นตัวเร็วขึ้น

[3] ทำกายภาพอย่างสม่ำเสมอ คือกุญแจสู่ผลลัพธ์ที่ดี ไม่ใช่ทำเฉพาะตอนเจ็บ

[4] คุมเบาหวาน ความดัน หยุดบุหรี่ และดูแลสุขภาพช่องปาก ตลอดชีวิต เพื่อรักษาข้อเทียมให้อยู่ยาวนาน

[5] ปรึกษาแพทย์ทันทีหากมีสัญญาณผิดปกติ ไม่ต้องรอให้แย่จึงค่อยมา

ข้อเข่าเทียมในยุคนี้ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอีกต่อไป ถ้าคุณเตรียมตัวดี เลือกแพทย์ที่ใช้ระบบ ERAS และทำตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด คุณจะได้ข้อเข่าใหม่ที่ใช้งานได้ดี อยู่กับคุณไปอีกหลายสิบปี

―――――――――――――――――――――――

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

สอบถามปัญหากระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ Line OA: @doctorkeng | โทร 081-530-3666

"เราเชื่อว่า ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง"

―――――――――――――――――――――――

#ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า #ข้อเข่าเทียม #ปวดเข่า #ข้อเข่าเสื่อม #การดูแลหลังผ่าตัด #กายภาพบำบัดข้อเข่า #ERAS #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ธนินนิตย์คลินิก #รักษาปวดไม่ผ่าตัด #TotalKneeArthroplasty #TKA #KneeReplacement #ERASRecovery #OrthopedicSurgery

―――――――――――――――――――――――

เอกสารอ้างอิง

[1] Evans JT, Walker RW, Evans JP, Blom AW, Sayers A, Whitehouse MR. How long does a knee replacement last? A systematic review and meta-analysis of case series and national registry reports with more than 15 years of follow-up. Lancet. 2019;393(10172):655-63. doi:10.1016/S0140-6736(18)32531-5

[2] Punnoose A, Claydon-Mueller LS, Weiss O, Zhang J, Rushton A, Khanduja V. Prehabilitation for patients undergoing orthopedic surgery: a systematic review and meta-analysis. JAMA Netw Open. 2023;6(4):e238050. doi:10.1001/jamanetworkopen.2023.8050

[3] Wainwright TW, Gill M, McDonald DA, Middleton RG, Reed M, Sahota O, et al. Consensus statement for perioperative care in total hip replacement and total knee replacement surgery: Enhanced Recovery After Surgery (ERAS®) Society recommendations. Acta Orthop. 2020;91(1):3-19. doi:10.1080/17453674.2019.1683790

[4] Lavand'homme PM, Kehlet H, Rawal N, Joshi GP; PROSPECT Working Group of the European Society of Regional Anaesthesia and Pain Therapy (ESRA). Pain management after total knee arthroplasty: PROcedure SPEcific Postoperative Pain ManagemenT recommendations. Eur J Anaesthesiol. 2022;39(9):743-57. doi:10.1097/EJA.0000000000001691

[5] Artz N, Elvers KT, Lowe CM, Sackley C, Jepson P, Beswick AD. Effectiveness of physiotherapy exercise following total knee replacement: systematic review and meta-analysis. BMC Musculoskelet Disord. 2015;16:15. doi:10.1186/s12891-015-0469-6

Comments

Popular posts from this blog

คู่มือการทำกายภาพหลังผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม: กุญแจสำคัญสู่การกลับมาเดินได้ปกติ

ผ่าตัดเข่ามาแล้วทำไมแผลถึงนูน? เรื่อง "คีลอยด์" ที่คนไข้กังวลใจ พร้อมวิธีรับมือให้แผลสวย

ทานยาละลายลิ่มเลือด...ผ่าเข่าได้ไหม? อันตรายหรือเปล่า?