ปวดเข่าเสื่อมระยะที่ 4 ทั้งสองข้าง... ผ่าตัดเปลี่ยนพร้อมกันเลยได้ไหม? เจ็บทีเดียวจบ หรือ อันตรายเกินไป?
ปวดเข่าเสื่อมระยะที่ 4 ทั้งสองข้าง... ผ่าตัดเปลี่ยนพร้อมกันเลยได้ไหม? เจ็บทีเดียวจบ หรือ อันตรายเกินไป?
"หมอค่ะ ป้าปวดทั้งสองข้างเลย เดินไม่ไหวแล้ว ถ้าจะผ่า ขอผ่าทีเดียวสองข้างเลยได้ไหม จะได้เจ็บทีเดียว พักฟื้นทีเดียวจบ"
นี่เป็นคำถามยอดฮิตที่คุณหมอกระดูกต้องเจอเป็นประจำครับ สำหรับคนไข้ที่เป็นข้อเข่าเสื่อมระยะที่ 4 (ระยะสุดท้าย) ซึ่งกระดูกชนกันจนเข่าโก่งผิดรูปทั้งสองข้าง การต้องเดินกะเผลกไปผ่าทีละข้าง แล้วต้องกลับมาเจ็บอีกรอบในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าดูเป็นเรื่องน่ากังวลใจ แต่ในมุมมองของแพทย์ การจะผ่าตัด "เปลี่ยนข้อเข่าพร้อมกันสองข้างในคราวเดียว" (Simultaneous Bilateral TKA) มีสิ่งที่ต้องพิจารณาอย่างละเอียด เพราะความปลอดภัยของคนไข้ต้องมาก่อนเสมอครับ
"อยากเจ็บทีเดียวจบ... แต่ร่างกายต้องส่งสัญญาณว่าไหว"
ผมมีเคสคุณลุงวิวัฒน์ (นามสมมติ) อายุ 67 ปี คุณลุงเป็นข้าราชการเกษียณที่เข่าเสื่อมรุนแรงทั้งสองข้างจนเดินไปไหนไม่ได้เกิน 10 เมตร คุณลุงหัวใจแข็งแรงมาก ไม่มีโรคประจำตัวร้ายแรง และที่สำคัญคือ "ใจสู้" อยากรีบกลับไปอุ้มหลาน คุณลุงเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าพร้อมกันทั้งสองข้าง ปรากฏว่าเช้าวันรุ่งขึ้นคุณลุงสามารถลุกยืนและหัดเดินได้ทันที และกลับไปใช้ชีวิตปกติได้เร็วกว่าการผ่าทีละข้างมากครับ
แต่ในทางกลับกัน ถ้าเป็นคนไข้ที่มีโรคประจำตัวรุมเร้า การผ่าพร้อมกันอาจกลายเป็น "ภาระ" ที่ร่างกายรับไม่ไหวครับ
กรณีไหนที่ "เหมาะสม" จะผ่าพร้อมกันสองข้าง?
การผ่าตัดพร้อมกันมีข้อดีคือ ดมยาสลบครั้งเดียว เจ็บทีเดียว และแนวขาจะกลับมาตรงพร้อมกันทั้งสองข้างทันที แต่จะทำได้ก็ต่อเมื่อ:
- ร่างกายต้องฟิตจริง: คนไข้ควรมีอายุไม่เกิน 70-75 ปี (พิจารณาเป็นราย ๆ) และไม่มีโรคประจำตัวที่ควบคุมไม่ได้
- หัวใจและปอดแข็งแรง: เพราะการผ่าตัดสองข้างพร้อมกัน ร่างกายต้องรับสภาวะการผ่าตัดที่นานขึ้นและการเสียเลือดที่มากกว่าการผ่าข้างเดียว
- กล้ามเนื้อยังพอมีแรง: คนไข้ต้องมีความตั้งใจในการทำกายภาพบำบัดสูง เพราะการลุกเดินด้วยเข่าใหม่สองข้างพร้อมกันต้องใช้กำลังใจและความขยันมากกว่าปกติ
- ผลเอกซเรย์รุนแรงทั้งสองข้าง: เป็นระยะที่ 4 ที่กระดูกชนกันจนแทบไม่เหลือช่องว่าง และส่งผลต่อการเดินอย่างมาก
กรณีไหนที่ "ไม่ควร" หรือ "ห้าม" ผ่าพร้อมกันสองข้าง?
หมอจะแนะนำให้ "แบ่งผ่าทีละข้าง" (ทิ้งระยะห่างกัน 3-6 เดือน) ในกรณีต่อไปนี้ครับ:
- มีโรคประจำตัวรุนแรง: เช่น โรคหัวใจขาดเลือด, โรคไตวายเรื้อรัง, หรือโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง เพราะเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนขณะดมยาสลบ
- อายุมากเกินไป (High Risk Elderly): โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะเปราะบาง (Frailty) ร่างกายอาจทนต่อการเสียเลือดหรือสภาวะอักเสบหลังผ่าตัดใหญ่ไม่ไหว
- มีภาวะโลหิตจางรุนแรง: เนื่องจากการผ่าสองข้างมีการเสียเลือดมากกว่า การมีภาวะเลือดจางอยู่เดิมอาจทำให้เกิดภาวะช็อกหรือต้องรับเลือดจำนวนมาก
- น้ำหนักตัวเกินเกณฑ์มาก (Obesity): น้ำหนักที่มากเกินไปจะทำให้การฝึกเดินหลังผ่าตัดสองข้างทำได้ยากมากและเสี่ยงต่อแผลผ่าตัดมีปัญหา
การวินิจฉัยและเตรียมตัว: มาตรฐานความปลอดภัยต้องระดับสูงสุด
ก่อนจะตัดสินใจว่า "ผ่าคู่" หรือ "ผ่าเดี่ยว" หมอต้องเช็กอย่างละเอียดครับ:
- Digital X-ray ในท่ายืน: เพื่อประเมินความรุนแรงและวางแผนขนาดข้อเข่าเทียมทั้งสองข้าง
- ตรวจหัวใจแบบละเอียด (ECHO): เพื่อดูสมรรถภาพการบีบตัวของหัวใจว่าพร้อมรับการผ่าตัดใหญ่หรือไม่
- การประเมินโดยวิสัญญีแพทย์: เพื่อเลือกวิธีการระงับปวดที่ดีที่สุด เช่น การบล็อกหลังควบคู่กับการบล็อกเส้นประสาทด้วย Ultrasound เพื่อให้คนไข้ไม่ปวดหลังตื่น
พยากรณ์โรค: ผลลัพธ์หลังการผ่าตัด
- ถ้าผ่าพร้อมกันได้: คนไข้จะใช้เวลาพักฟื้นรวมสั้นลง ไม่ต้องลางานหลายรอบ ขาตรงสวยพร้อมกัน เดินได้สมดุลเร็วขึ้น
- ถ้าต้องผ่าทีละข้าง: แม้จะใช้เวลานานกว่า แต่มีความปลอดภัยสูงกว่าสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยง โดยข้างแรกที่ผ่าจะช่วยให้คนไข้เดินได้ดีขึ้นพอที่จะเป็น "ขาหลัก" ในการรองรับน้ำหนักตอนผ่าข้างที่สองครับ
ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง: การผ่าพร้อมกันสองข้างมีความเสี่ยงเรื่องลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำมากกว่าเล็กน้อย ดังนั้นหมอจะมีการให้ยาละลายลิ่มเลือดและใช้เครื่องปั๊มเท้าเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือดทันทีหลังผ่าตัดครับ
สรุป
การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าพร้อมกัน 2 ข้าง "สามารถทำได้" และให้ผลดีมากในเรื่องการปรับสมดุลร่างกาย แต่ "ไม่ใช่สำหรับทุกคน" ครับ หัวใจสำคัญคือการตรวจประเมินร่างกายอย่างละเอียดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หากร่างกายพร้อมและใจพร้อม การเจ็บทีเดียวจบก็คือการคืนชีวิตใหม่ให้คุณกลับมาเดินได้อย่างมั่นคงอีกครั้งครับ
"บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ผ่าตัดเข่าเทียม #ผ่าเข่าสองข้างพร้อมกัน #ข้อเข่าเสื่อมระยะสุดท้าย #เข่าเสื่อมระยะ4 #ปวดเข่า #หมอเก่ง #กระดูกและข้อ #ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า #ดูแลผู้สูงอายุ #กายภาพบำบัด
References (Vancouver)
- Husted H, Troelsen A, Otte KS, et al. Fast-track simultaneous bilateral total knee arthroplasty: safe and or not? Arch Orthop Trauma Surg. 2015;135(11):1581-1588. (สรุป: งานวิจัยที่ยืนยันความปลอดภัยของการผ่าเข่าสองข้างพร้อมกันในคนไข้ที่คัดกรองมาอย่างดี)
- Sheth D, Bracey DN, Terauchi M, et al. Simultaneous Bilateral Total Knee Arthroplasty: Who Is a Safe Candidate? J Arthroplasty. 2021;36(7S):S180-S185. (สรุป: เกณฑ์การคัดเลือกคนไข้ที่เหมาะสมเพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการผ่าตัดสองข้างพร้อมกัน)
- Memtsoudis SG, Hargett M, Russell LA, et al. Consensus statement from the consensus conference on bilateral total knee arthroplasty group on the safety of simultaneous bilateral total knee arthroplasty. HSS J. 2013;9(3):232-239. (สรุป: แถลงการณ์ร่วมของผู้เชี่ยวชาญสากลเกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยในการผ่าตัดเข่าสองข้าง)
- Hu J, Liu Y, Pan JK, et al. The safety and efficacy of simultaneous bilateral total knee arthroplasty: a systematic review and meta-analysis. BMC Musculoskelet Disord. 2019;20(1):542. (สรุป: การวิเคราะห์เชิงสถิติเปรียบเทียบผลดีและผลเสียของการผ่าตัดแบบพร้อมกันเทียบกับแบบแบ่งทีละข้าง)
- American Academy of Orthopaedic Surgeons (AAOS). Management of Osteoarthritis of the Knee (Non-Arthroplasty) Evidence-Based Clinical Practice Guideline. 2021. (สรุป: แนวทางเวชปฏิบัติในการประเมินและตัดสินใจรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมระยะรุนแรง)
Comments
Post a Comment